กำลังโหลดข้อมูล
กำลังโหลดข้อมูล

ทำไมแมวถึงอาเจียนบ่อย? แยกให้ออกระหว่าง "ก้อนขน" หรือ "สัญญาณโรคร้าย"
ทาสแมวหลายคนคงเคยชินกับเสียง "อ็อกๆ" แล้วตามด้วยกองเศษอาหารหรือก้อนขนบนพื้นบ้าน จนบางครั้งเราอาจมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องปกติของแมว แต่รู้หรือไม่ว่าอาการอาเจียนไม่ใช่เรื่องที่ควรชะล่าใจเสมอไป วันนี้เราจะมาช่วยคุณแยกแยะว่า อาเจียนแบบไหนที่แค่ "สบายท้อง" และแบบไหนที่กำลัง "ส่งสัญญาณอันตราย"
อาเจียนจาก "ก้อนขน" (Hairball) – เรื่องธรรมชาติที่ต้องดูแล แมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาดและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลียขน หนามเล็กๆ บนลิ้นจะตวัดเอาเส้นขนที่หลุดร่วงเข้าสู่ทางเดินอาหาร • ลักษณะที่พบ: สิ่งที่ออกมาจะมีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ หรือก้อนขยุกขยิก สีเดียวกับขนแมว อาจมีน้ำย่อยหรือเศษอาหารปนมาบ้าง • ความถี่: นานๆ ครั้ง (ประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง) ถือว่าปกติ • วิธีช่วย: การปลูก ต้นหญ้าแมว (เหมือนในภาพ) หรือให้ เจลกำจัดก้อนขน จะช่วยให้เขาสบายท้องและขับถ่ายหรือสำรอกออกมาได้ง่ายขึ้น
อาเจียนจาก "สัญญาณโรคร้าย" – พิกัดอันตรายที่ต้องพบหมอ หากแมวอาเจียนบ่อยเกินไป หรือมีลักษณะที่ผิดแปลกไปจากเดิม นั่นอาจหมายถึงปัญหาสุขภาพภายใน เช่น โรคไต, โรคตับ, ตับอ่อนอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด สัญญาณเตือนภัย (Red Flags): • อาเจียนติดต่อกันหลายครั้งในวันเดียว: หรืออาเจียนพุ่งอย่างรุนแรง • มีเลือดปน: อาจมีสีแดงสดหรือสีน้ำตาลคล้ายกากกาแฟ (เลือดเก่า) • อาเจียนเป็นฟองสีเหลือง/เขียว: แสดงถึงน้ำดี ซึ่งมักเกิดจากการท้องว่างนานเกินไปหรือมีอาการอักเสบในทางเดินอาหาร • พฤติกรรมเปลี่ยน: ซึม ไม่กินอาหาร หลบมุม หรือมีไข้ • น้ำหนักลดผิดปกติ: อาเจียนเรื้อรังร่วมกับตัวผอมลง ตารางเปรียบเทียบ: สังเกตให้ชัดก่อนสายทาสแมวหลายคนคงเคยชินกับเสียง "อ็อกๆ" แล้วตามด้วยกองเศษอาหารหรือก้อนขนบนพื้นบ้าน จนบางครั้งเราอาจมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องปกติของแมว คำแนะนำสำหรับทาสแมว หากคุณพบว่าเจ้าเหมียวที่บ้านมีอาการเข้าข่าย "สัญญาณโรคร้าย" อย่ารอให้หายเอง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่งมาก กว่าจะแสดงออกว่าไม่ไหว ร่างกายอาจจะวิกฤตแล้ว
Tip: ลองถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอขณะที่เขาอาเจียน รวมถึงลักษณะของกองอาเจียนไว้ให้คุณหมอดู จะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและรวดเร็วขึ้นมาก
การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในทุกกองอาเจียน อาจช่วยรักษาชีวิตเพื่อนสี่ขาของคุณให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ นะคะ
เผยแพร่เมื่อ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569
จำนวนวิว: 3
คยสงสัยมั้ยว่า ทำไมเจ้าเหมียวที่บ้านถึงได้จ้องจะเล่นงานโซฟาตัวโปรด หรือขาโต๊ะไม้อยู่เรื่อย? หลายคนอาจคิดว่าน้องแค่ "ซน" หรือ "หมั่นเขี้ยว"
หน้าร้อนเมืองไทยไม่ได้โหดร้ายแค่กับคนนะคะ แต่กับ "น้องแมว" ที่มีต่อมเหงื่อจำกัด (ระบายความร้อนได้แค่ทางอุ้งเท้าและการหอบ) อากาศที่ร้อนจัดอาจนำไปสู่ภาวะ Heatstroke (โรคลมแดด) ที่อันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อน้องแมวย่างเข้าสู่อายุ 7-10 ปีขึ้นไป พวกเขาจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "แมวสูงวัย" (Senior) กิจกรรมที่เคยโลดโผนอาจลดลง เปลี่ยนเป็นการนอนที่ยาวนานขึ้น ในฐานะเจ้าของ
เวลาเจ้าเหมียวที่เคย "เห็นแก่กิน" จู่ๆ กลับเมินชามอาหารเฉยๆ ทาสอย่างเรามักจะเกิดคำถามว่า น้องแค่เบื่อ หรือน้องกำลังป่วย? เพราะแมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่งมาก
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่ทาสแมวทุกคนคงเคยเห็นพฤติกรรมแปลกๆ อย่างการที่เจ้าเหมียวลงไปเล็มหญ้าในสวนอย่างเอร็ดอร่อย แล้วสักพักก็ขย้อนออกมา พฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
การเลี้ยงแมว "ระบบปิด" (Indoor Only) ในปัจจุบันถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่สัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญแนะนำครับ เพราะสภาพแวดล้อมภายนอกบ้านเรามีอันตรายรอบด้านมากกว่าที่คิด